วงดนตรีเพื่อชีวิตแห่งตำนานนามคาราบาว

กว่าจะมาเป็นวงดนตรีที่มีผลงานมาอย่างยาวนานนั้นได้ฟันฝ่า หลายสิ่งหลายอย่างมากมายในชีวิต  จุดเริ่มต้นมาจากนักศึกษาที่เล่นดนตรีในประเทศฟิลิปปินส์ โดยคำว่า คาราบาว  มาจากภาษาตากาล๊อก ซึ่งหมายถึงควายที่เป็นสัญลักษณ์ของแรงงาน การต่อสู้ เพราะ แรงงานเป็นผู้สร้างโลก และมีสัญลักษณ์เป็นหัวกระโหลกควายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
นายยืนยง โอภากุล กับ กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร ร่วมกันทำวงคาราบาวอย่างเต็มตัว ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2520
อัลบั้มชุดแรกของคาราบาว ใช้ชื่อชุดว่า “ขี้เมา” ในปี พ.ศ. 2524 เพลงเปิดตัวของวงคาราบาว คือ เพลงมนต์เพลงคาราบาว ส่วนเพลงแรกที่ทำ คือ ถึกควายทุย หลังจากออกอัลบั้มแรก จึงได้ชักชวน ปรีชา ชนะภัย และ อนุพงษ์ ประถมปัทมะ ที่เล่นดนตรีประจำอยู่กับวงเพรสซิเด้นส์
อัลบั้มชุดที่ 2 ของคาราบาว ใช้ชื่อชุดว่า “แป๊ะขายขวด” ในปี พ.ศ. 2525 พีค๊อกเป็นผู้ผลิตเทป 20,000 ม้วน เพลงดังของอัลบั้มนี้ คือ เพลงกัญชา ซึ่งร้องเพลงได้อย่างโดดเด่นและยอดเยี่ยมในการลากเสียงยาว
อัลบั้มชุดที่ 3 ของคาราบาว ใช้ชื่อชุดว่า “วณิพก” ในปี พ.ศ. 2526 ทำดนตรีในจังหวะ 3 ช่า เพลงดังของอัลบั้มนี้ คือ เพลงวนิพก ซึ่งเป็นเพลงของชุดหน้าปก และมีการเพิ่มของนักดนตรีในวง คือ ไพรัช เพิ่มฉลาด
ในปีเดียวกัน อัลบั้มชุดที่ 4 ใช้ชื่อชุดว่า “ท.ทหารอดทน” มีบทเพลงสะท้อนสังคมและชีวิต ได้แก่ ตุ๊กตา และ คนเก็บฟืน ทั้งยังมีเพลงที่ถูกแบนด้วย คือ  ท.ทหารอดทน นอกจากนี้มีการเพิ่มของสมาชิกในวงได้แก่ เทียรี่ เมฆวัฒนา , อาจารย์ ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี และ อำนาจ ลูกจันทร์
อัลบั้มชุดประวัติศาสตร์ ชุดที่ 5 ใช้ชื่อชุดว่า “เมดอินไทยแลนด์” ในปี พ.ศ. 2527 ยุคที่รัฐบาลอยากให้กินให้ใช้ของไทยเอง ทำยอดขายกว่า 5 ล้านตลับ เรียกได้ว่าเป็นการขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงคาราบาวซึ่งเพลงดังประจำของอัลบั้มนี้หนีไม่พ้น เพลง เมดอินไทยแลนด์  โดยมี สมาชิกคาราบาว (ยุคคลาสิก) ครบวงได้แก่
1. นายยืนยง โอภากุล (แอ๊ด) (กีต้าร์ , ร้องนำ) หัวหน้าวงคาราบาว
2. นายกิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร (เขียว) (คียบอร์ด, เพอคัสชั่น, กีต้าร์)
3. นายปรีชา ชนะภัย (เล็ก) (กีต้าร์ , ร้องนำ)
4. นายเทียรี่ เมฆวัฒนา (รี่) (กีต้าร์ , ร้องนำ)
5. นายธนิศร์ ศรีกลิ่นดี (อาจารย์) (คียบอร์ด, เครื่องเป่า)
6. นายอำนาจ ลูกจันทร์ (เป้า) (กลอง)
7. นายอนุพงษ์ ประถมปัทมะ (อ๊อด) (เบส) (กลับมาจากทัวร์คอนเสิร์ตกับวงเพรสซิเด้นส์)
หมายเหตุ *นายไพรัช เพิ่มฉลาด (รัช) (เบส) (มีการเปลี่ยนแปลงในยุคสมัยทำให้ต้องออกจากวงไป)
อัลบั้มชุดที่ 6 ใช้ชื่อชุดว่า “อเมริโกย” ในปี พ.ศ. 2528 สร้างขึ้นจากห้องอัดของวงคาราบาวเอง เป็นการเขียนเพลงถึงช่วงปัญหาถึงชาวนาและการประกันราคาข้าว จึงได้มี เพลงอเมริโกย เป็นเพลงดังประจำอัลบั้มนี้
อัลบั้มชุดที่ 7 ใช้ชื่อชุดว่า “ประชาธิปไตย” ในปี พ.ศ. 2529 เพลงในอัลบั้มถูกเขียนจากกระแสเรียกร้งประชาธิปไตย  ซึ่งเพลง ประชาธิปไตยนั้นก็ถูกแบบไปตามระเบียบ เพลงดังประจำอัลบั้มจึงกลายเป็นเพลง เจ้าตาก
อัลบั้มชุดที่ 8 ใช้ชื่อชุดว่า “เวลคัมทูไทยแลนด์” ในปี พ.ศ. 2530 เป็นชุดเพลงที่สนุบสนุนให้ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยที่เป็นกลิ่นอายของความเป็นไทย อย่างเพลง  เวลคัมทูไทยแลนด์ และ ยังมีเพลงเสียดสีสังคม “บาปบริสุทธิ์” และ เพลงกระถางดอกไม้ให้คุณ
อัลบั้มชุดที่ 9 ใช้ชื่อชุดว่า “ทับหลัง” ในปี พ.ศ. 2531 อัลบั้มชุดสุดท้ายที่มีสมาชิกครบ 7 คน เป็นชุดที่ได้ทับหลังนารายณ์บรรทมศีลกลับคืนมา
อัลบั้มชุดที่ 10 ใช้ชื่อชุดว่า “ห้ามจอดควาย” ในปี พ.ศ. 2533 เหลือสมาชิกในวงเพียง 4 คน เพลงเด่นประจำชุด คืิอ สัญญาหน้าฝน ที่ แอ๊ด คาราบาว แต่งให้กับ เขียว คาราวบาวจากนั้น แต่ละคนก็ได้ออกไปทำงานอัลบั้มเดี่ยวกัน
อัลบั้มชุดที่ 11 ใช้ชื่อชุดว่า “วิชาแพะ” ในปี พ.ศ. 2534 เหลือสมาชิกในชุดนี้เพียง 3 คนเท่านั้น  คือ แอ๊ด เล็ก และ อ๊อด บทเพลงในอัลบั้มนี้จะมีหากหลายรูปแบบและแนวทางในการทำเพลง
อัลบั้มชุดที่ 12 ใช้ชื่อชุดว่า “สัจจะ 10 ประการ” ในปี พ.ศ. 2535 เป็นเพลงที่มีความเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ ซึ่งมีบทเพลงยอดนิยม เพลงสัจจะ 10 ประการ
อัลบั้มชุดที่ 13 ใช้ชื่อชุดว่า “ช้างไห้” ในปี พ.ศ. 2536 มีนักดนตรีเพียง 2 คนเท่านั้น คือ แอ๊ด กับ อ๊อด เล่นร่วมดนตรีกับแบ็คอัพ
อัลบั้มชุดที่ 14 ใช้ชื่อชุดว่า “คนสร้างชาติ” ในปี พ.ศ. 2537 เป็นอัลบั้มที่ปลุกจิตสำนึกของคนในชาติและยังเป็นอัลบั้มที่ พยัคฆ์ คำพันธุ์ แต่งเพลงหลวงพ่อคูณให้อีกด้วย
อัลบั้มชุดที่ 15 ใช้ชื่อชุดว่า “แจกกล้วย” ในปี พ.ศ. 2538 เป็นอัลบั้มเสียดสีผู้ที่โกงกินบ้านเมือง ซึ่งมีเพลงที่โดดเด่นได้แก่ เพลงกำนันผู้ใหญ่บ้าน กับ เพลงค้างคาวกินกล้วย
อัลบั้มชุดที่ 16 ใช้ชื่อชุดว่า “หากหัวใจยังรักควาย” ในปี พ.ศ. 2538 เป็นอัลบั้มที่มีสมาชิกกลับมาครบ 7 คนอีกครั้ง ซึ่งได้กลับมาทำเพลงจังหวะสามช่าอีกครั้ง ได้แก่ เพลงสามช่าคาราบาว  เต้าหู้ยี้
อัลบั้มชุดที่ 17 ใช้ชื่อชุดว่า “เส้นทางสายปลาแดก” ในปี พ.ศ. 2540 อัลบั้มเพลงที่อนุรักษ์ความเป็นไทย เพลงน้ำพริกแกงป่า เพลงกลองยาว
อัลบั้มชุดที่ 18 ใช้ชื่อชุดว่า “เช ยังไม่ตาย” ในปี พ.ศ. 2540 เป็นอัลบั้มที่กล่าวถึงนักสู้  และ ความกล้าหาญ ไม่ว่าจะเป็น เช กูวารา , อองซาน ซูจี , อัสนี พลจันทร์ ต่อสู้กับอำนาจเผด็จการ  เป็นตัวอย่างกับนักสู้รุ่นหลัง
อัลบั้มชุดที่ 19 ใช้ชื่อชุดว่า “อเมริกันอันธพาล” ในปี พ.ศ. 2541 เป็นการแต่งบทเพลงในช่วง ยุค IMF มีเพลงดังอย่างเพลงอเมริกันอันฑพาล
อัลบั้มชุดที่ 20 ใช้ชื่อชุดว่า “พออยู่พอกิน” ในปี พ.ศ. 2541 เป็นอัลบั้มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระบรมชาโอวาทของในหลวง ร.9 เพลงพออยู่พอกิน
อัลบั้มชุดที่ 21 ใช้ชื่อชุดว่า “เซียมหล่อตือ” ในปี พ.ศ. 2543 เป็นอัลบั้มเหน็บแนมนักการเมือง เพลงสัญญาหน้าเลือกตั้ง และ เพลงดังที่ใช้ประกอบหนังเรื่องบางระจัน ได้แก่ เพลงบางระจันวันเพ็ญ
อัลบั้มชุดที่ 22 ใช้ชื่อชุดว่า “สาวเบียร์ช้าง” ในปี พ.ศ. 2544 ช่วงที่รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว ร้านอาหารปิดไม่เกินเที่ยงคืน และ ไว้อาลัยกับ เหตุกาณ์ตึกถล่มที่เวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์  ในวันที่ 9 เดือน 9
อัลบั้มชุดที่ 23 ใช้ชื่อชุดว่า “นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่” ในปี พ.ศ. 2545 เป็นอัลบั้มที่ออกมาพร้อมกับธุรกิจคาราบาวแดง อย่างเพลง นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ , คนล่าฝัน และ เพลงประกอบภาพยนตร์อีก 2 เพลง คือ เพลงพรางชมพู และเรากระทบตุ้ด
อัลบั้มชุดที่ 24 ใช้ชื่อชุดว่า “สามัคคีประเทศไทย” ในปี พ.ศ. 2548 เพลง ขวานไทยใจหนึ่งเดียว เป็นเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อ 3 จังหวัดชายแดนใต้ในการสร้างความสามัคคีกันของคนไทย
อัลบั้มชุดที่ 25 ใช้ชื่อชุดว่า “ลูกลุงขี้เมา ” ในปี พ.ศ. 2550 เป็นอัลบั้มที่มีบทเพลงต่อจากอัลบั้มแรก เรียกได้ว่าเป็นรุ่นลูกของลุงขั้เมาคนนั้น  คือ เพลงลูกลุงขี้เมา และ เรื่องราวที่ดินของพระพยอม ที่เป็นที่บอกถึงการทำงานของข้าราชการ ในเพลง พระยอม
อัลบั้มชุดที่ 26 ใช้ชื่อชุดว่า “โฮะ ” ในปี พ.ศ. 2552 เป็นอัลบั้มที่สื่อถึงความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี พร้อมบทเพลงรักในชาติขององค์พระมหากษัตริย์อย่าง เพลง องค์ดำ และ การใช้ชีวิตในการเดินทางด้วยสองล้อของกลุ่มคาราบาวเองอย่าง ชีวิตติดล้อ (ร้องกับ เสกโลโซ)
อัลบั้มชุดที่ 27 ใช้ชื่อชุดว่า “กำลังใจคาราบาว 30 ปี” ในปี พ.ศ. 2554 เป็นอัลบั้มที่ทำให้คนไทยทราบถึงพระนามเต็มของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คือ บทเพลงผู้ปิดทองหลังพระ