เรื่องราวมหากาพย์หน้ากากแห่ง Slipknot ภาค 3 อัลบั้ม The Subliminal Verses (2004)

สำหรับแก๊งค์หน้ากากนรก Slipknot มีการพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นในการสร้างสรรค์สิ่งที่ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจอันดิบเถื่อนที่มากกว่าเดิม เรียกได้ว่าทำให้ Slipknot กลายเป็นวงที่แฟนๆเพลงต้องติดตามอยู่ตลอดเวลาว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางใดบ้าง ซึ่งหน้ากากนับเป็นอีกหนึ่งอย่างที่สามารถมองเห็นและพิสูจน์ได้

Corey Taylor

การเปลี่ยนแปลงของหน้ากากผมเดรดร็อค และเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงกับดีไซน์ที่ไม่คุ้นเคยกับก่อนหน้านี้ เพราะ ถูกออกแบบมาในรูปแบบคนถูกไฟครอก และ รอยเย็บของลวดกระดาษเต็มใบหน้าและยังมีทรงผมที่รกรุงรังเหมือนหลุดมากจากโลกอะไรก็ไม่รู้ เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สุดโต่งมาก Taylor กล่าวว่า “เป็นการเปลี่ยนแปลงจากขี้เมาตอนเริ่มทำอัลบั้ม Iowa ที่ต้องต่อสู้กับปิศาจในร่างกายภายใต้หน้ากากจึงกลายเป็นหน้ากากนี้ใน The Subliminal Verses ”

Mick Thomson

“ถ้าคุณรู้ว่าคุณเป็นใคร คุณก็ไม่ต้องจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงมัน” ทำให้หน้ากากของ Mick ไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก ซึ่งใช้สีโทนเดิมแต่เปลี่ยนเป็นเมทเมทัล ทำให้ดูเป็นเหมือนนักโทษจากนรกมากยิ่งขึ้น

Jim Root

หน้ากากตัวตลกที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ที่มีความคล้ายจากเดิมเพียงแค่ส่วนเดียว แผลรอยกรีดผ่านปากและดวงตาอยู่ แต่ใบหน้าถูกออกแบบมาให้กลายเป็นสีเทาและเต็มไปด้วยรอยช้ำที่เปลี่ยนไป

Craig Jones

ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหน แต่คอนเซ็ปของ Craig ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ยังคงไว้ซึ่ง หน้ากากนักโทษและหนามแหลมที่ทิ่มแทงออกมา สิ่งเดียวที่คาดว่าจะเปลี่ยนไปคือความยาวของน็อตที่ยาวขึ้นกว่าเดิม

Sid Wilson

ทุกๆอัลบั้มย่อมเกิดความเปลี่ยนแปลงของ Sid ในอัลบั้มชุดนี้หน้ากากก็เปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งเดิมที่ยังคงเหมือนเดิมก็คือหัวกะโหลก แต่ว่าเล็กลงโครงหน้าที่ดูน่ากลัว และ ยังมีฟันที่ยื่นออกมาเป็นสีเหลืองชวนสยอง

Shawn Crahan

หน้ากากของ Shawn เหมือนตัวตลกที่เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังทำการปฐมพยาบาลอยู่ แต่ว่ายังไม่ประสบความสำเร็จแต่ต้องการที่จะไล่ล่าเหยื่อต่อไป เผื่อรีบเผด็จศึกด้วยขวาน หรือ เลื่อยไฟฟ้า สร้างความน่ากลัวจนถึงขั้วหัวใจได้พิลึก

Chris Fehn

ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยกับ Chris รักยังไงรักอย่างนั้น หน้ากากใบเดิม จมูกยาว ซิบปิดปาก เรียกได้ว่าเน่าเช่นเดิม

Paul Gray

จากหน้ากากครึ่งหมูครึ่งคนอันเดิม เปลี่ยนเป็นหน้ากากครึ่งหมูครึ่งคนแต่สไตล์ฮันนิบาล เป็นสีดำมันเลื่อม กะโหลกร้าวผ่านหน้าผากจนถึงแก้ม เสมือนปิศาจที่หนีจากการไล่ล่าและเก็บความเครียดแค้นเอาไว้

Joey Jordison

ยังคงคอนเซ็ปเดิมๆกับหน้ากากคาบูกิ เพื่อเป็นตัวแทนตัวตนของ Joey สิ่งที่เพิ่มเติมคือรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ คือ รอยบาดแผลและเลือดบนใบหน้า

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เกิดกับเหล่านักดนตรีหลายต่อหลายคนทีเดียวซึ่งเป็นมิติใหม่ ของการทำดนตรีที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยอีกด้วย เพื่อสร้างสรรค์ดนตรีอีกระดับ หน้ากากจึงเปลี่ยนแปลงไป