เรื่องราวมหากาพย์หน้ากากแห่ง Slipknot ภาค 1 อัลบั้ม Slipknot (1999)

ระยะเวลาที่ยาวนานของวงที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในตำนานของ Nu Metal อย่าง Slipknot 5 อัลบั้มที่สมาชิกวง Slipknot ได้ใช้เวลาในการทำร่วมกันมาและสร้างเป็นตำนานอีกบทหนึ่ง และ แสดงให้กับเหล่าสมาชิกเหล่านั้นได้เข้าถึงความดิบของบทเพลงที่เกิดขึ้น และ ปรับแต่งอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งไอเดียในการใส่หน้ากากนั้นเกิดขึ้นจาก Clown (ฉายา) ตัวตลกแห่งความมืดมือเพอร์คัสชั่นแห่งวง Slipknot โดยการใส่หน้ากากนั้นเกิดขึ้นในขณะที่วงกำลังจะขึ้นแสดงในวัน Halloweenปี 1995 ขณะที่เพื่อนในวงถามว่า “จะใส่อะไรขึ้นแสดง” Clown เล่าถึงช่วงเวลานั้น ซึ่งเขานั้นได้หยิบเป็นหน้ากากตัวตลกขึ้นมาและตะโกนบอกกับเพื่อนในวงว่า “กูจะใส่หน้ากากอันนี้” ซึ่งอาจจะไม่ประทับใจกับเพื่อนในวงเท่าไร ความคิดเห็นไม่ตรงกันสักเท่าไรในวง Slipknot จากนั้น Clown จึงบอกกับเพื่อนในวงอีกครั้งอย่างเด็ดขาดว่า “ไม่แคร์ว่าพวกมึงจะคิดยังไง นี่คือสิ่งที่กูอยากทำและจะออกมาการแสดง ” ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เพื่อนบางคนถึงกับพูดออกมาว่า “ไม่มีทาง ที่มึงจะเป็นคนเดียวที่ใส่หน้ากากโง่ ๆ” ด้วยเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ปาร์ตี้หน้าแห่งวงดนตรี Nu Metal เกิดขึ้น

Corey Taylor

หน้ากากของ Corey Taylor ที่ขึ้นแสดงในอัลบั้มแรกนั้น ประกอบไปด้วยใบหน้าสุดหลอนและผมเดรดล็อคส์ ซึ่งทางเทย์เลอร์ได้กล่าวว่าหน้ากากชิ้นแรกของเขาเป็นการเปิดทางให้ดนตรีของ Slipknot มีความสดและชัดเจนกับดนตรีของเขามายิ่งขึ้น โดยเขากล่าวว่า “ดนตรีในตอนนั้นมันเป็นแค่แบบแผนของไอ้พวกหนุ่มฮอตที่พยายามจะขายของห่วย ๆ ที่ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย การใส่หน้ากากก็เพื่อที่จะปกปิดใบหน้าที่แท้จริงไม่ให้ใครมาสนใบหน้าของเราและบ่งบอกได้ว่า ดนตรีต้องมาก่อนเสมอ”

Mick Thomson

หน้ากากของ Mick Thomson ที่ขึ้นแสดงในอัลบั้มแรกนั้น ดั้งเดิมมันคือหน้ากากฮอกกี้ แต่ได้ถูกดัดแปลงเล็กน้อยโดยการเปลี่ยนมาเป็นหนังสีดำตอกหมุด ซึ่งทางค่าย Roadrunner ไม่ชอบหน้ากากอันนี้เอาเสียเลย และ เขาพูดติดตลก “ Roadrunner ไม่อยากให้ในวงมี 9 คน แต่ผมไม่อยากจะพูดอะไรให้มากหรอกนะ ว่าเงินหลายล้านดอลลาร์ที่เขาได้รับมานั้นมันเกิดขึ้นมาจากหน้ากากของพวกเรา และที่สำคัญผมภูมิใจมากที่ทำให้พวกเขารู้ว่าเขาคิดผิด”

Jim Root

ก่อนหน้านี้หน้ากากของ Jim นั้นได้รับสืบทอดมาจาก Josh Brainard มือกีต้าร์คนก่อน ซึ่งหน้ากากนั้นเป็นหน้ากากทาสสีดำ แต่ว่าเขารู้สึกอึดอัดเกินไปจากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นหน้ากาก Jester (ตัวตลก) เนื่องจากสะท้อนถึงตัวตนเขาได้ดีกว่าหน้ากากทาส

Craig Jones

สมาชิกที่ลึกลับที่สุดในวง ก่อนหน้านั้นหน้ากากที่ใช้แสดงคือการเอากางเกงมาสวมหัว ก่อนที่จะกลายเป็นหมวกกันน็อกที่มีหนามแหลม ๆ ติดอยู่รอบหัวพร้อมแฟลช

Sid Wilson

ดีเจประจำวง หน้ากากอันแรกของ Sid เป็นหน้ากากกันแก๊สพิษที่เรียบง่าย

Shawn Crahan

ผู้ริเริ่มการใส่หน้ากาก หรือ Clown จากการที่เขาไปเดินเที่ยวกับแฟนในห้างและเจอกับหน้ากากตัวตลก เมื่อได้ลองใส่แล้วทำให้โลกเปลี่ยน ซึ่งราคานั้นมันอยู่ที่ 49 เหรียญ เดชะบุญในกระเป๋ามีเงิน 50 เหรียญ Shawn ควักเงินจ่ายแบบไม่ลังเล ทำให้ทะเลาะกับแฟนแทนที่จะเอาเงินพาแฟนไปทานข้าว หลังจากนั้นนะเหรอ เธอจากผมไป แต่หน้ากากยังอยู่ใต้บันได

Chris Fehn

หน้ากากอันแรกของ Chris คือ หน้ากาผ้าที่สามารถรูดซิปปากปิดได้ และจมูกยาวคล้ายตัวละครพิน็อคคิโอ

Paul Gray

มือเบสนักแต่งเพลงของวง Slipknot เริ่มจากการที่เขาใช้เทปพันรอบหัวแทนการสวมหน้ากาก หลังจากนั้นไม่นาน Paul ก็เปลี่ยนมาใส่หน้ากากหมู Halloween แทนในการเปิดตัวครั้งแรกของวง

Joey Jordison

หน้ากากของ Joey คือหน้ากากคาบูกิ เพราะภาพในวัยเด็กที่มีความทรงจำฝังใจกับหน้ากากอันไร้ความรู้สึกที่แม่ของเขาใส่กลับมาจากงาน Halloween

บทเพลงแห่งวงดนตรีหน้ากากนั้นก็ได้ถูกริเริ่มด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลักษณะนี้ มันคือสัญลักษณ์,ความสยองขวัญและบางครั้งก็ดูเป็นตัวตลก Paul Harries ช่างภาพประจำวง เคยโดนแฟนเพลงถาม ว่าเคยเห็นหน้าตาพวกเค้าตอนไม่สวมหน้ากากไหม หน้าตาจริงๆของพวกเขายังเป็นมนุษย์อยู่ใช่ไหม เขามีหน้าตาจริงๆภายใต้หน้ากากใช่ไหม และ นั้นแหละเป็นจุดเริ่มต้นของตำนาน