Blackhead กว่าจะเป็นตำนาน

อานนท์ สายแสงจันทร์ หรือที่แฟนเพลงรู้จักกันดีในชื่อ ปู แบล็คเฮด ศิลปินไทยชื่อดัง ที่เป็นนักร้องนำของวงแบล็คเฮด ในตำนานที่ยังคงอยู่ในใจเราเสมอมา หลังจากทำการเล่นดนตรีไปตามสถานบันเทิง และผับต่างๆ และได้มีโอกาสนำเดโม่เพลงไปเสนอกับศิลปินรุ่นพี่อย่าง พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ จนทำให้ได้รับการยอมรับในฝีมือการร้องเพลงของเขา พร้อมกับได้รับแรงสนับสนุนจากผู้ใหญ่ทั้งหลายในวงการบันเทิง
ช่วงเวลาความสำเร็จยังคงดำเนินต่อไป เมื่อได้เข้าเซ็นสัญญากับค่ายเพลงเอ็มแสควร์ จนผู้คนได้เริ่มรู้จักเข้าอย่างแพร่หลายมากขึ้น ทำให้เขามีชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี ด้วยรูปร่างและหน้าตาที่สาวเห็นต้องกรี๊ด ทำให้ซื้อตัวไปเล่นละคร ภาพยนตร์มากมาย และกว่าจะประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้พี่ปูต้องผ่านอะไรมามากมายกว่า 25 ปี ต้องพัฒนาฝีมือมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก จนมีประสบการณ์และกล้าที่จะไปแข่งประกวดตามงามต่างๆ หลังจากที่ได้ชนะงานแข่งมาหลายครั้ง ก็ได้เจอกับศิลปินรุ่นใหญ่ ที่มองเห็นถึงความสามารถ และโดนดึงตัวไปร่วมงานด้วย อย่างในวง บลูแพลนเน็ต และวง ยูเรเนี่ยม จนในที่สุดก็ได้ตั้งวงของตัวเองขึ้นมา วันนี้เราจะมาพูดคุยกันกับพี่ปูว่าเขาได้พบเจอ และรู้สึกอย่างไรบ้างถึงความสำเร็จในครั้งนี้

ใครคือศิลปินต้นแบบ ของ ปู แบล็คเฮด?

จริงๆ แล้วมีศิลปินหลายคนที่เป็นต้นแบบ แต่ในตอนที่ได้มาเป็นนักร้องของ บลูแพลนเน็ต มีโอกาสแสดงคอนเสิร์ต ออกทัวร์กับ วง ดิ โอฬาร โปรเจ็คต์ จึงเรียกได้ว่า ศิลปินต้นแบบของผม คือ พี่โป่ง ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์ อีกคนคือพี่ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ ซึงเป็นคนที่ทำให้ วงแบล็คเฮด เกิดขึ้นมาได้ เพราะแกเป็นคนเอาเดโม่ของวงแบล็คเฮดไปเสนอที่ค่าย เอ็มสแควร์

บทเพลงไหนถือว่าสร้างชื่อเสียงให้กับ ปู แบล็คเฮด ?

จริงๆ แล้วในแต่ละรุ่นก็มีเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้กับเรา อย่าง บลูแพลนเน็ต ที่ร้องกับพี่ชัคกี้ ก็มีเพลงมั่นใจ และ พรุ่งนี้ยังมี ในยุคของยูเรเนียมก็จะมีเพลง ปฏิกิริยาร็อค และ หัวจิตหัวใจ พอมาเป็นแบล็คเฮด ก็มีเพลง ยืนยัน, ความทรงจำ, ไอ้เข้
นี่เป็นเพียงบทบทสัมภาษณ์เล็กๆ น้อยๆ อ้างอิงมาจากการสัมภาษณ์ของ sanook ซึ่งเลือกมาเฉพาะใจความสำคัญๆ ที่บ่งบอกถึงความลำบาก และความพยายามอย่างมากในการจะขึ้นมาบนจุดๆ ที่เป็นอยู่นี้ได้ และพี่เขาก็ฝากบอกถึงน้องๆ หลายๆ คนว่ามีควรทิ้งความพยายาม ถึงแม้ว่ามันจะใช้เวลานาน ก็ต้องต้องใจทำต่อไปให้สุด